รอยประทับของมนุษย์ผลักให้โลกก้าวเข้าสู่ยุคสมัยใหม่ทางธรณีวิทยา

รอยประทับของมนุษย์ผลักให้โลกก้าวเข้าสู่ยุคสมัยใหม่ทางธรณีวิทยา

ในเดือนมกราคม พ.ศ. 2559 ผู้เชี่ยวชาญเปิดเผยว่ารอยประทับที่ลบไม่ออกของมนุษย์บนผืนโลกได้ปรากฏเด่นชัดจนกลายเป็นที่มาของชื่อยุคสมัยใหม่ทางธรณีวิทยา

การเริ่มต้นของ “สมัยแอนโทรโปซีน” เป็นสัญญาณบ่งบอกถึงการสิ้นสุดของสมัยฮีโลซีน ที่เริ่มขึ้นเมื่อ 11,700 ปีก่อนหลังจากยุคน้ำแข็ง คำศัพท์ใหม่นี้เกิดขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2543 โดยมาจากคำว่า แอนโทรโปส์ ในภาษากรีกว่าที่หมายถึง “มนุษย์”

บทความในวารสาร ไซแอนซ์ ระบุว่า “กิจกรรมต่างๆ ของมนุษย์ทิ้งรอยที่ฝังแน่นจนลบไม่ออกและกระจายไปทุกแห่งบนโลก”

“เรากำลังกลายเป็นตัวการที่ทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงทางธรณีวิทยา” นายคอลลิน วอเตอร์ แห่งศูนย์สำรวจทางธรณีวิทยาของอังกฤษและเป็นหัวหน้าคณะสำรวจที่ประกอบด้วยสมาชิกจากหลายชาติกล่าว

คณะสำรวจเขียนว่า จุดเริ่มต้นน่าจะอยู่

ราว ๆ กลางศตวรรษที่ 20 (พ.ศ. 2444 – 2543)

คณะสำรวจระบุว่า ยุคปรมาณู ซึ่งเริ่มจากการทดสอบระเบิดในรัฐนิวเม็กซิโก ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2488 และความก้าวหน้าหลังสงครามโลก ไม่ว่าจะเป็นด้านเหมืองแร่ อุตสาหกรรม เกษตรกรรมและการใช้วัสดุที่มนุษย์สร้างขึ้น เช่น คอนกรีตหรือพลาสติก ก็ล้วนแต่ทิ้งร่องรอยทางธรณีวิทยาเอาไว้

คอนกรีตที่ชาวโรมันคิดค้นขึ้นถูกนำมาใช้อย่างแพร่หลายในปัจจุบัน ซึ่งประมาณการว่าหากกระจายคอนกรีตให้เท่ากันในทุกพื้นที่แล้ว ทุกหนึ่งตารางเมตรของพื้นผิวโลกจะมีคอนกรีตอยู่ 1 กิโลกรัม คณะสำรวจกล่าว

นายวอเตอร์กล่าวว่า การจะประกาศใช้สมัยแอนโทรโปซีนอย่างเป็นทางการนั้นต้องอาศัยเวลาในการค้นคว้าเพิ่มเติมอีกหลายปี ส่วนหนึ่งก็เพื่อระบุวันเริ่มต้นที่แน่นอน

ผู้เชี่ยวชาญบางคนเชื่อว่า สมัยแอนโทรโปซีนเริ่มขึ้นเมื่อเกิดการปฏิวัติอุตสาหกรรมในยุโรปในช่วงศตวรรษที่ 18 (พ.ศ. 2244 – 2343) แต่ผู้เชี่ยวชาญอื่น ๆ มองว่าน่าจะเริ่มมานานกว่านั้น คือตั้งแต่ช่วงที่มนุษย์เริ่มทำเกษตรกรรมอย่างแพร่หลายเมื่อหลายพันปีก่อน

“แต่ไม่ว่าจะให้คำจำกัดความอย่างไร ทุกคำอธิบายก็จะบอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับการพัฒนาของมนุษย์นั่นเอง” ศาสตราจารย์ไซมอน ลูอิส แห่งมหาวิทยาลัยคอลเลจลอนดอนกล่าว ศาสตราจารย์ลูอิสไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ กับการศึกษานี้ และมองว่าสมัยแอนโทรโปซีนน่าจะเริ่มตั้งแต่ทศวรรษที่ 1610 (พ.ศ. 2153 – 2162) ซึ่งเป็นช่วงการล่าอาณานิคมและการแพร่กระจายของเชื้อโรคและการค้าจากยุโรปไปยังทวีปอเมริกา

นายเอิร์ล เอลลิส แห่งมหาวิทยาลัยแมริแลนด์ นักวิจัยร่วมของการศึกษาที่ตีพิมพ์เมื่อวันที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2559 กล่าวว่า การระบุจุดเริ่มต้นของยุคแอนโทรโปซีนที่แน่นอนจะเปลี่ยนแปลงความเข้าใจเกี่ยวกับบทบาทของมนุษยชาติที่มีต่อโลก

นายเอลลิสกล่าวต่อว่า มันเป็น “ความท้าทายที่ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าการปฏิวัติทางดาราศาสตร์ของโคเปอร์นิคัสครั้งที่สอง” ในคริสต์ศตวรรษที่ 16 (พ.ศ. 2044 – 2143) ซึ่งนิโคลอส โคเปอร์นิคัสแสดงให้เห็นว่าโลกหมุนรอบดวงอาทิตย์

หุ้น