จีนผ่านกฎหมาย ต่อต้านการก่อการร้าย ที่กำลังเป็นข้อถกเถียง

จีนผ่านกฎหมาย ต่อต้านการก่อการร้าย ที่กำลังเป็นข้อถกเถียง

รอยเตอร์และดิแอสโซซิเอทเต็ด เพรส

ฐสภาของจีนมีมติผ่านกฎหมายต่อต้านการก่อการร้ายฉบับใหม่เมื่อเดือนธันวาคม พ.ศ. 2558 กฎหมายที่กำลังเป็นข้อถกเถียงกันนี้กำหนดให้บริษัทเทคโนโลยีต่าง ๆ ต้องส่งมอบข้อมูลลับ เช่น กุญแจเข้ารหัสให้กับรัฐบาล และจะอนุญาตให้ทหารไปร่วมปฏิบัติการต่อต้านการก่อการร้ายในต่างประเทศได้

ทางการจีนระบุว่า ประเทศของตนกำลังเผชิญกับภัยคุกคามที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จากกลุ่มหัวรุนแรงและกลุ่มแบ่งแยกดินแดน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ตะวันตกของซินเจียงที่ไม่สามารถควบคุมให้อยู่ในกฎระเบียบได้ ซึ่งประชาชนหลายร้อยคนเสียชีวิตจากเหตุการณ์รุนแรงในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา

กฎหมายฉบับนี้สร้างความกังวลอย่างยิ่งแก่รัฐบาลของชาติตะวันตก ทั้งในเรื่องการละเมิดสิทธิมนุษยชน เช่น เสรีภาพในการพูด รวมทั้งบทบัญญัติว่าด้วยไซเบอร์ที่ปรากฎในกฎหมายดังกล่าว นายบารัก โอบามา ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับกฎหมายฉบับนี้กับนายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีนโดยตรง

แม้ว่าบทบัญญัติในกฎหมายฉบับร่างที่กำหนดให้บริษัทต่าง ๆ ต้องเก็บเซิร์ฟเวอร์และข้อมูลของผู้ใช้ไว้ภายในประเทศจะถูกถอดออกจากฉบับจริงที่นำออกมาบังคับใช้ แต่บริษัทเทคโนโลยีต่าง ๆ ก็ยังต้องให้ความช่วยเหลือเกี่ยวกับข้อมูลลับที่เข้ารหัสตามความต้องการของหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย

หลังจากที่รัฐสภาของจีนผ่านกฎหมายฉบับนี้ที่มีการลงมติอนุมัติโดยเสียงส่วนใหญ่ นายหลี่ โชเว่ย รองผู้อำนวยการกรมกฎหมายอาญาของรัฐสภาจีนภายใต้คณะกรรมาธิการสภานิติบัญญัติกล่าวว่า จีนก็แค่ทำในสิ่งที่ประเทศตะวันตกอื่น ๆ ทำอยู่แล้วในเรื่องการขอให้บริษัทเทคโนโลยีให้ความช่วยเหลือในการต่อสู้กับการก่อการร้าย

กฎหมายฉบับนี้จะไม่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานตามปกติของบริษัทเทคโนโลยี และบริษัทเหล่านี้ก็ไม่มีอะไรที่ต้องกลัวในแง่ของ “การสร้างช่องทางลับเข้าสู่ระบบ” สำหรับรัฐบาล หรือการสูญเสียสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา นายหลี่ระบุ

รัฐบาลสหรัฐฯ โต้แย้งว่ากฎหมายนี้ ที่มีระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการธนาคารและการประกันภัยเพิ่มเข้ามาด้วยรวมทั้งการตรวจสอบเพื่อต่อต้านการผูกขาดอย่างเข้มงวด จะสร้างแรงกดดันในด้านการกำกับดูแลที่ไม่เป็นธรรมโดยเฉพาะอย่างยิ่งกับบริษัทต่างชาติ

กฎหมายความมั่นคงแห่งชาติของจีนที่บังคับใช้ในเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2558 กำหนดว่าโครงสร้างพื้นฐานเครือข่ายสำคัญและระบบสารสนเทศทั้งหมดจะต้อง “มีความปลอดภัยและควบคุมได้”

กฎหมายต่อต้านการก่อการร้ายฉบับนี้ยังอนุญาตให้กองทัพปลดปล่อยประชาชนเข้าไปมีส่วนร่วมในการปฏิบัติการต่อต้านการก่อการร้ายในต่างประเทศ แม้ผู้เชี่ยวชาญจะกล่าวว่าจีนจะประสบปัญหาใหญ่ในทางปฏิบัติและทางการทูตหากจีนต้องการจะทำเช่นนั้นจริง ๆ

นายอัน เว่ยซิง ผู้อำนวยการกรมต่อต้านการก่อการร้ายของกระทรวงความมั่นคงสาธารณะจีนกล่าวว่า จีนกำลังเผชิญกับภัยคุกคามที่รุนแรงจากผู้ก่อการร้าย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “ขบวนการเตอร์กิสถานตะวันออก” ซึ่งเป็นคำเรียกทั่วไปของจีนที่ใช้เรียกกลุ่มอิสลามแบ่งแยกดินแดนที่จีนระบุว่ามีการปฏิบัติการในซินเจียง

“การก่อการร้ายคือศัตรูของประชาชนทุก ๆ คน และรัฐบาลจีนจะต่อต้านการก่อการร้ายทุกรูปแบบของ” นายอันกล่าว

อย่างไรก็ตาม กลุ่มสิทธิมนุษยชนได้ตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับการมีอยู่ของกลุ่มหัวรุนแรงในซินเจียงและระบุว่า เหตุการณ์ความไม่สงบส่วนใหญ่เกิดจากความโกรธเคืองในหมู่ชาวมุสลิมอุยกูร์ในภูมิภาคในเรื่องข้อจำกัดเกี่ยวกับศาสนาและวัฒนธรรมของคนเหล่านี้

กฎหมายใหม่นี้ยังจำกัดสิทธิของสื่อในการรายงานรายละเอียดเกี่ยวกับการโจมตีโดยผู้ก่อการร้าย รวมถึงการออกข้อกำหนดที่ห้ามสื่อและสื่อสังคมรายงานรายละเอียดเกี่ยวกับกิจกรรมของผู้ก่อการร้ายที่อาจนำไปสู่การการลอกเลียนแบบ หรือห้ามรายงานภาพที่แสดงให้เห็นถึง “ความโหดร้ายและทารุณ”

สภาประชาชนแห่งชาติระบุว่า คณะกรรมาธิการสามัญประจำสภาของตนได้ลงมติยอมรับกฎหมายนี้ด้วยคะแนนเสียงที่เป็นเอกฉันท์ กฎหมายฉบับนี้มีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2559

ผู้สนับสนุนสิทธิมนุษยชนและรัฐบาลต่างประเทศได้แสดงความกังวลว่ากฎหมายดังกล่าวมีแนวโน้มว่าจะส่งผลกระทบต่อธุรกิจทางเทคโนโลยีและเสรีภาพในการพูด

คนเหล่านี้ระบุว่าการกำหนดให้บริษัทโทรคมนาคมและผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตต้องแสดงกุญแจเข้ารหัสและช่องทางลับเข้าสู่ระบบแก่ตำรวจและเจ้าหน้าที่รักษาความมั่นคงที่พยายามหาทางป้องกันกิจกรรมของผู้ก่อการร้ายหรือการตรวจสอบการกระทำที่เป็นการก่อการร้ายนั้นเป็นเรื่องที่น่ากังวล

ทางการจีนกล่าวในช่วงปลายเดือนธันวาคม พ.ศ. 2558 ว่า ข้อกำหนดสำหรับบริษัทเทคโนโลยีเป็นสิ่งที่จำเป็นเพราะผู้ก่อการร้ายหันไปก่อเหตุทางพื้นที่ไซเบอร์มากขึ้นเรื่อย ๆ

ทางการจีนยังระบุว่าฝ่ายนิติบัญญัติได้รักษาความสมดุลระหว่างความจำเป็นในการต่อสู้กับการก่อการร้ายและการปกป้องผลประโยชน์ทางธุรกิจและสิทธิของประชาชน

“ข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องในกฎหมายต่อต้านการก่อการร้ายฉบับนี้จะไม่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจตามปกติของบริษัท และเราไม่ได้ใช้กฎหมายในการ ‘สร้างช่องทางลับเข้าสู่ระบบ’ เพื่อละเมิดสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาของบริษัท” นายหลี่กล่าว

นายหลี่ระบุว่า “กฎหมายนี้จะไม่สร้างความเสียหายต่อเสรีภาพในการพูดหรือศาสนาของประชาชน”

รัฐบาลจีนยืนยันว่าจีนเป็นเหยื่อของการก่อการร้ายระดับโลกหลังจากที่มีการปะทะกันอย่างรุนแรงกับกลุ่มชาติพันธ์ที่เชื่อมโยงกับสมาชิกของชนกลุ่มน้อยมุสลิมอุยกูร์ที่อยู่ในภูมิภาคตะวันตกเฉียงเหนือไกลของซินเจียง แต่ผู้เชี่ยวชาญต่างชาติแย้งว่าไม่มีหลักฐานที่แสดงถึงการติดต่อกับต่างชาติ และความรุนแรงในซินเจียงอาจมาจากกลุ่มคนในพื้นที่

จีนได้กล่าวหาบรรดาชาติตะวันตกว่ามีพฤติกรรมแบบสองมาตรฐาน เมื่อ

เร็ว ๆ นี้รัฐบาลจีนปฏิเสธที่จะต่ออายุบัตรผู้สื่อข่าวให้กับนักข่าวชาวฝรั่งเศส และได้เนรเทศนักข่าวหญิงรายนี้ออกจากประเทศในข้อหาตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับกรณีที่ทางการจีนระบุว่า ความขัดแย้งของกลุ่มชาติพันธุ์ในจีนเปรียบได้กับการก่อการร้ายระดับโลก

นายหลี่กล่าวในการแถลงข่าวว่ากฎหมายต่อต้านการก่อการร้ายของจีนไม่ได้มีเป้าหมายที่ภูมิภาค เชื้อชาติหรือศาสนาใดโดยเฉพาะ

หุ้น