เทคโนโลยีไม่ได้ช่วยสร้างเสริม พลังสมอง

เทคโนโลยีไม่ได้ช่วยสร้างเสริม พลังสมอง

องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนารายงานว่า คอมพิวเตอร์ไม่ได้แสดงให้เห็นอย่างเด่นชัดว่าสามารถพัฒนาผลการศึกษาของนักเรียนได้ อีกทั้งยังอาจเป็นอุปสรรคต่อการมีผลการเรียนที่ดีอีกด้วย

ในทางตรงกันข้าม สำหรับโรงเรียนที่ประสบความสำเร็จสูงในหลายประเทศของเอเชีย การใช้สมาร์ทโฟนและคอมพิวเตอร์ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของผู้คนไปแล้ว เทคโนโลยีจึงมีความสำคัญน้อยลงมากในห้องเรียน ในประเทศเกาหลีใต้ นักเรียนจะใช้คอมพิวเตอร์ที่โรงรียนโดยเฉลี่ยเก้านาที และในฮ่องกงจะใช้เวลาเพียง 11 นาที ซึ่งคิดเป็นเพียงเศษเสี้ยวของเวลาที่นักเรียนใช้คอมพิวเตอร์ที่โรงรียน 58 นาทีในออสเตรเลีย 42 นาทีในกรีซ และ 39 นาทีในสวีเดน

รายงานดังกล่าววัดผลกระทบของการใช้เทคโนโลยีในโรงเรียนโดยพิจารณาจากผลการสอบในระดับสากล เช่น การประเมินผลนักเรียนนานาชาติขององค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา ซึ่งดำเนินการในหลายสิบประเทศทั่วโลก และการทดสอบอื่น ๆ ที่ใช้ในการวัดทักษะทางดิจิตัล ผลที่ได้รับพบว่า ระบบการศึกษาที่ลงทุนอย่างมากในเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารไม่ได้แสดงให้เห็น “การพัฒนาอย่างเด่นชัด” ในผลการเรียนด้านการอ่าน คณิตศาสตร์หรือวิทยาศาสตร์

องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนาได้กระตุ้นให้โรงเรียนต่าง ๆ ทำงานร่วมกับคณะครูเพื่อปรับเปลี่ยนเทคโนโลยีให้กลายเป็นเครื่องมือในห้องเรียนที่ทรงพลังมากขึ้น และพัฒนาซอฟต์แวร์ที่มีความซับซ้อนมากขึ้นเพื่อนำมาใช้ในการทดลองและการจำลองสถานการณ์ สื่อสังคม และเกมต่าง ๆ ทั้งนี้ ทางองค์การได้ให้บทสรุปว่า “ประโยชน์ที่เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารจะนำมาสู่การเรียนการสอนอย่างแท้จริงนั้นยังไม่ได้เกิดขึ้นอย่างสมบูรณ์และยังไม่สามารถนำมาใช้ได้อย่างเต็มที่”  เอเจนซ์ ฟรานซ์ เพรส

หุ้น