• Home »
  • ติดอันดับ »
  • การใช้งานโดรนเพื่อบรรเทาทุกข์ในงานมนุษยธรรมยังคงมีความท้าทาย
การใช้งานโดรนเพื่อบรรเทาทุกข์ในงานมนุษยธรรมยังคงมีความท้าทาย

การใช้งานโดรนเพื่อบรรเทาทุกข์ในงานมนุษยธรรมยังคงมีความท้าทาย

เจ้าหน้าที่ฟอรัม

เจ้าหน้าที่กู้ภัยกำลังกระจายการใช้งานโดรนมากขึ้นสำหรับทั่วภูมิภาคอินโดเอเชียแปซิฟิกเพื่อปรับปรุงและเร่งรัดการเก็บรวบรวมข้อมูลสำหรับการช่วยกู้ชีวิตและทรัพย์สินหลังการเกิดภัยพิบัติ โดยเหล่าผู้สนับสนุนกล่าวว่า โดรนยังสามารถเตรียมความพร้อมสำหรับรับมือกับภัยพิบัติได้ด้วยการช่วยประเมินความเสี่ยง

หลังจากที่พายุไซโคลนแพม ซึ่งเป็นพายุที่มีความรุนแรงระดับ 5 ได้เข้าถล่มวานูอาตูในเดือนมีนาคม พ.ศ. 2558 ทำให้มีผู้ได้รับความเดือดร้อน 166,000 คนตลอดทั่ว 22 เกาะ กลุ่มบรรเทาภัยพิบัติได้ปล่อยโดรนขึ้นเหนื่อพื้นที่ดังกล่าวเพื่อประเมินความเสียหายและช่วยเชื่อมต่อเครือข่ายติดต่อสื่อสารที่ใช้งานไม่ได้ นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่กู้ภัยยังได้ใช้อากาศยานไร้คนขับในเนปาลหลังเกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่เมื่อปลายเดือนเมษายน พ.ศ. 2558 ซึ่งได้ทำให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 7,500 คน และสร้างความโกลาหลไปทั่วประเทศ (ภาพประกอบจากวิดีโอที่ถ่ายโดยโดรนเมื่อวันที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2557 ซึ่งแสดงความเสียหายจากแผ่นดินไหวรุนแรงระดับ 7.8 ตามมาตราริกเตอร์ในกรุงกาฐมาณฑุ เมืองหลวงของเนปาล) ทั้งนี้ อากาศยานไร้คนขับได้ถูกใช้งานอย่างจริงจังครั้งแรกในภูมิภาคหลังพายุไต้ฝุ่นไห่เยี่ยนพุ่งเข้าสู่ฟิลิปปินส์เมื่อปี พ.ศ. 2556

อย่างไรก็ตาม การใช้งานโดรนเพิ่มมากขึ้นทำให้เกิดคำถามเกี่ยวกับความปลอดภัย จริยธรรม และสิทธิส่วนบุคคล แม้กระทั่งนายแพทริค เมเยอร์ ผู้ก่อตั้งเครือข่ายอากาศยานไร้คนขับด้านมนุษยธรรม ซึ่งริเริ่มโดยสถาบันวิจัยคอมพิวเตอร์แห่งกาตาร์ ก็ยังได้วิจารณ์ถึงวิธีการที่โดรนถูกใช้งานในเนปาลต่อหนังสือพิมพ์ เดอะวอชิงตันโพสต์ เมื่อเดือนตุลาคม พ.ศ. 2558 ว่า “คนที่เข้ามาเป็นจำนวนมากไม่เข้าใจถึงสถานการณ์ท้องถิ่น ตลอดจนกฎระเบียบและวัฒนธรรม ผมจึงคิดว่าพวกเขาอาจสร้างความเสียหายมากกว่าการทำให้สถานการณ์ดีขึ้น แม้พวกเขาจะมาด้วยเจตนาดีก็ตาม”

เมื่อเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2558 เนปาลได้ออกกฎระเบียบควบคุมการใช้งานโดรนเพื่อเป็นการตอบโต้คำร้องเรียนของพลเมืองเกี่ยวกับการใช้รูปถ่ายโดยสื่อมวลชน โดยต่อไปนี้ผู้ปล่อยอากาศยานไร้คนขับขึ้นบินต้องได้รับอนุญาตจากสำนักงานการบินพลเรือนแห่งชาติก่อน นอกจากนี้ สำนักข่าวอินโดเอเชียนนิวส์รายงานเสริมว่า รัฐบาลยังกังวลด้วยว่ารูปภาพวัตถุโบราณที่ถ่ายโดยโดรน “อาจถูกใช้งานในทางที่ผิดในภายหลัง” อีกด้วย

โดยทั่วไป ผู้เชี่ยวชาญยอมรับว่า กฎหมายและแนวปฏิบัติไม่สามารถวิ่งตามวิวัฒนาการของเทคโนโลยีได้ทัน โดยสำนักงานสหประชาชาติว่าด้วยการประสานงานด้านมนุษยธรรมได้เคยรายงานข้อมูลไว้เมื่อเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2557 ว่า “องค์กรด้านมนุษยธรรมควรเข้าร่วมเครือข่ายที่ส่งเสริมแนวปฏิบัติและคำแนะนำที่ดี และที่สามารถเป็นฐานสมรรถนะที่สามารถตอบสนองต่อเหตุการณ์ได้รวดเร็ว”

เครือข่ายอากาศยานไร้คนขับด้านมนุษยธรรมของนายเมเยอร์กับกลุ่มช่วยเหลืออื่น ๆ ได้ทำงานร่วมกันเพื่อปรับปรุงการประสานงานและการบริหารจัดการโดรนสำหรับการใช้งานที่ไม่ใช่สำหรับการทหาร เครือข่ายของนายเมเยอร์ซึ่งเป็นที่รู้จักในนาม “ยูเอวีเอเตอร์” ก็ได้ทำงานเพื่อพัฒนาหลักจรรยาบรรณและแนวปฏิบัติที่ดีที่สุดสำหรับการใช้งานโดรนสำหรับการบรรเทาทุกข์ด้านมนุษยธรรมตามข้อมูลจากเว็บไซต์ uaviators.org ทั้งนี้ ยูเอวีเอเตอร์จะฝึกอบรมให้อาสาสมัครบังคับโดรนและแนะนำให้รู้จักกลุ่มช่วยเหลือต่าง ๆ

การจัดทำและการบังคับใช้หลักจรรยาบรรณดังกล่าวยังต้องมีหนทางอีกไกล นายเมเยอร์และกลุ่มอื่น ๆ ยังคงดำเนินการเพื่อผลักดันให้มีการใช้อากาศยานไร้คนขับอย่างมีความรับผิดชอบ “นี่คือการสาเหตุที่การมีนโยบายที่รอบคอบและมีข้อมูลที่เพียงพอ จึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง” นายปีเตอร์ แรบลีย์ ผู้อำนวยการด้านกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินของบริษัทเพื่อการลงทุนสุนทานแห่งหนึ่งที่มีชื่อว่า โอมิเดียร์ เน็ทเวิร์ก กล่าวกับ theguardian.com ในเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2558 “เรารอคอยที่จะมีส่วนในการอภิปรายอย่างแม่นยำและจริงใจกับประชาคมโลกถึงการวิเคราะห์ข้อพิจารณาที่ถูกกฎหมายและมีจริยธรรมโดยถูกต้องในสิ่งที่โดรนค้นพบ”

หุ้น