ผู้เขียนบทความ

อินโดแปซิฟิก ดีเฟนส์ ฟอรัม ยินดีรับเนื้อหาจากผู้ร่วมสนับสนุน

กรุณาส่งบทความฉบับเต็มมาเพื่อการพิจารณาที่: ipdf@ipdefenseforum.com

เรายินดีที่จะตรวจสอบคำถามต่าง ๆ สำหรับบทความที่อาจนำไปเผยแพร่ กรุณารวมเนื้อหาสรุปโดยย่อ ชื่อ และอีเมลของคุณมาพร้อมกับเนื้อหาที่ส่งมาด้วย

IPDefenseForum.com มอบช่องทางให้กับกองบัญชาการสหรัฐฯ ภาคพื้นอินโดแปซิฟิกในการให้ข้อมูลกับสมาชิกอาวุโสของกองทัพต่างประเทศ เจ้าหน้าที่กลาโหม และผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคง ในภาษาของประเทศหุ้นส่วนหลายภาษาและในรูปแบบที่เข้าถึงได้ง่าย เพื่อแก้ไขปัญหาที่เป็นข้อกังวลร่วมกันและส่งเสริมเสถียรภาพในภูมิภาค

IPDefenseForum.com ยังทำหน้าที่เสมือนสถานที่สำหรับผู้ร่วมสนับสนุนในการแสดงความคิดเห็นต่อประเด็นด้านกองทัพและความมั่นคงในอินโดแปซิฟิก ความคิดเห็นเหล่านี้ไม่ได้แสดงถึงนโยบายหรือมุมมองของกองบัญชาการนี้หรือหน่วยงานอื่น ๆ ของรัฐบาลสหรัฐฯ แต่อย่างใด

ข้อเสนอแนะ

หากต้องการติดต่อกองบรรณาธิการของ IPDefenseForum.com กรุณาใช้แถบ “เกี่ยวกับเรา” (https://ipdefenseforum.com/about-us/)

การแก้ไข

ในการแก้ไขข้อผิดพลาดใด ๆ กรุณาส่งคำร้องสำหรับการแก้ไขผ่านทางลิงก์ “เกี่ยวกับเรา” เราจะพยายามแก้ไขข้อผิดพลาดในเนื้อหาที่เผยแพร่ในรูปแบบดิจิทัลหรือสิ่งพิมพ์โดยทันที


การป้องปรามแบบบูรณาการ ชุดที่ 48 ฉบับที่ 2 / 2566

พล. อ.จ. เกล็น ที. แฮร์ริส เป็นรองผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการระดับโลกของกองบัญชาการยุทธศาสตร์สหรัฐฯ ที่ฐานทัพอากาศอัฟฟุต รัฐเนแบรสกา พล.อ.จ. แฮร์ริสเป็นผู้นำการบัญชาการสำหรับปฏิบัติการนิวเคลียร์และรับผิดชอบต่อความพร้อมในแต่ละวันของหน่วยบัญชาการและควบคุมนิวเคลียร์สหรัฐฯ และกองกำลังป้องปรามเชิงยุทธศาสตร์ และยังมีหน้าที่รับผิดชอบต่อการประสานองค์ประกอบ ปฏิบัติการร่วมและผสม และการสั่งการกองกำลังที่ได้รับมอบหมายเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ของกองบัญชาการยุทธศาสตร์สหรัฐฯ และของประเทศ


พ.ต. จอห์น ยานิคอฟ จากกองทัพบกสหรัฐฯ เป็นหัวหน้าฝ่ายปฏิบัติการสนับสนุนข้อมูลทางทหารของหน่วยอำนวยการปฏิบัติการระดับโลกของกองบัญชาการยุทธศาสตร์สหรัฐฯ ในฐานะผู้นำการบัญชาการ พ.ต. ยานิคอฟดูแลการวางแผน การบูรณาการ และการดำเนินการของปฏิบัติการสนับสนุนข้อมูลทางทหาร เขาได้รับการแต่งตั้งให้ปฏิบัติหน้าที่ในกองทัพผ่านมหาวิทยาลัยมิลเลอส์วิลล์ใน พ.ศ. 2550 และจบการศึกษาระดับปริญญาโทในสาขากลาโหมและยุทธศาสตร์ศึกษาจากมหาวิทยาลัยเท็กซัส เมืองเอลพาโซ ใน พ.ศ. 2564 เขาได้ปฏิบัติหน้าที่ในหลายตำแหน่ง รวมทั้งในฐานะผู้บัญชาการกองร้อยและเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการกองพันที่ฐานทัพฟอร์ตแบรกก์ รัฐนอร์ทแคโรไลนา ภายใต้หน่วยบัญชาการปฏิบัติการพิเศษกองทัพบกสหรัฐฯ อ่านเนื้อหาได้ที่หน้า 10


พ.ต. ไบรอัน ซี. นีล เป็นเจ้าหน้าที่ข่าวกรองเชิงยุทธศาสตร์ของกองทัพบกสหรัฐฯ ในหน่วยผู้ช่วยทูตฝ่ายทหาร ทำการสนับสนุนปฏิบัติการของกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ในโอเชียเนียและฟิลิปปินส์ พ.ต. นีลจบการศึกษาระดับปริญญาโทในสาขาข่าวกรองเชิงยุทธศาสตร์ที่มุ่งเน้นไปที่จีน จากมหาวิทยาลัยเนชันแนลอินเทลลิเจนซ์ใน พ.ศ. 2564 พ.ต. นีลเป็นเจ้าหน้าที่ปืนใหญ่สนามในระดับยุทธวิธีและระดับปฏิบัติการมานานร่วมสิบปี รวมทั้งปฏิบัติหน้าที่เป็นผู้ฝึกสอนการยิงสนับสนุนที่ศูนย์ความเป็นเลิศด้านการยิงของกองทัพบกสหรัฐฯ ที่ฟอร์ทซิล รัฐโอคลาโฮมา อ่านเนื้อหาได้ที่หน้า 18


ดร. เชล โฮโรวิทซ์ เป็นศาสตราจารย์ประจำภาควิชารัฐศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยวิสคอนซิน-มิลวอกี ดร. โฮโรวิทซ์ได้ศึกษาวิจัยเรื่องความขัดแย้งในระดับนานาชาติและความขัดแย้งด้านเชื้อชาติ โดยเน้นไปที่เอเชียตะวันออกและเอเชียใต้ การเมืองในด้านการค้าและการเงินระหว่างประเทศ การเมืองในด้านการเปลี่ยนผ่านตลาดและการเปลี่ยนแปลงระดับสถาบันในประเทศต่าง ๆ และเอเชียตะวันออกหลังยุคคอมมิวนิสต์ ดร. โฮโรวิทซ์ได้ทำการวิจัยในจีน อินเดีย เกาหลีใต้ ไต้หวัน ยุโรปตะวันออก และอดีตสหภาพโซเวียต อ่านเนื้อหาได้ที่หน้า 34


นางไอยนา พาสชาล เป็นเจ้าหน้าที่กิจการสาธารณะที่ศูนย์ความเป็น
เลิศด้านการจัดการภัยพิบัติและความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมในฮาวาย ก่อนหน้า
นี้ นางพาสชาลเป็นเจ้าหน้าที่กิจการสาธารณะที่กองบัญชาการไซเบอร์สหรัฐฯ ที่
ฟอร์ทมีด รัฐแมรีแลนด์ นางพาสชาลปฏิบัติหน้าที่ในกองทัพเรือสหรัฐฯ เป็นเวลาหกปี
ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านการสื่อสารมวลชน เข้าเรียนในโรงเรียนข้อมูลกลาโหมและ
ปฏิบัติหน้าที่ในกองบัญชาการต่าง ๆ รวมถึงบนเรือบรรทุกอากาศยาน ยูเอสเอส
นิมิตซ์ หน่วยงานด้านการบัญชีเพื่อเชลยศึก/ผู้สูญหายทางกลาโหม และกิจกรรมสื่อกลาโหมในแปซิฟิก
อ่านเนื้อหาได้ที่หน้า 48


นายปีเตอร์ คอนนอลลี เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ความมั่นคง และยุทธศาสตร์ซึ่งได้เขียนวิทยานิพนธ์สำเร็จไปเมื่อไม่นานมานี้ที่มหาวิทยาลัยแห่งชาติออสเตรเลีย นายคอนนอลลีปฏิบัติหน้าที่เป็นเวลา 33 ปีในฐานะเจ้าหน้าที่ทหารราบของกองทัพบกออสเตรเลีย รวมถึงปฏิบัติหน้าที่ในอัฟกานิสถาน หมู่เกาะโซโลมอน โซมาเลีย ติมอร์-เลสเต นอกจากนี้ นายคอนนอลลียังได้ทำงานในรัฐสภาออสเตรเลียและกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ก่อนที่จะกำกับดูแลการมีส่วนร่วมในระดับนานาชาติของกองทัพบกออสเตรเลียและศูนย์วิจัยของออสเตรเลีย อ่านเนื้อหาได้ที่หน้า 56


อำนาจอธิปไตยของชาติ ชุดที่ 48 ฉบับที่ 1 / 2566

ดร. จอห์น เฮมมิงส์ เป็นผู้อำนวยการอาวุโส ของโครงการอินโดแปซิฟิกที่แปซิฟิก ฟอรัมอินเตอร์เนชั่นแนลในโฮโนลูลู รัฐฮาวาย ก่อนหน้านี้ ดร. เฮมมิงส์เป็นรองศาสตราจารย์ที่ศูนย์เอเชียแปซิฟิก แดเนียล เค. อิโนะอุเอะ เพื่อการศึกษาด้านความมั่นคงในโฮโนลูลู ดร. เฮมมิงส์เป็นผู้ช่วยนักวิจัยที่สถาบันวิจัยนโยบายการต่างประเทศและยุทธศาสตร์ในกรุงวอชิงตันและเป็นนักวิจัยของสถาบันเจมส์ คุก ที่สภาภูมิยุทธศาสตร์ในกรุงลอนดอน ดร. เฮมมิงส์เชี่ยวชาญในด้านพันธมิตรของสหรัฐฯ และการแข่งขันด้านยุทธศาสตร์โดยมุ่งเน้นยุทธศาสตร์อินโดแปซิฟิกของสหรัฐฯ อ่านเนื้อหาได้ที่หน้า 10


พล. ท. เฟรเดอ ริก ชู เป็นเสนาธิการ เสนาธิการร่วม ผู้บัญชาการตำรวจ และหัวหน้าเจ้าหน้าที่ด้านความยั่งยืนของกองทัพสิงคโปร์ พล.จ. ชูได้สมัครเป็นทหารในกองทัพสิงคโปร์เมื่อ พ.ศ. 2541 และได้รับการฝึกอบรมเป็นเจ้าหน้าที่สวมเกราะ การดำรงตำแหน่งก่อนหน้านี้ของ พล.จ. ชูประกอบด้วย ผู้บัญชาการกองพลสิงคโปร์ที่ 3, ผู้บัญชาการกองพลน้อยยานเกราะที่ 8 และผู้บัญชาการกรมทหารยานเกราะสิงคโปร์กองพันที่ 42 นอกจากนี้ พล.จ. ชูยังเคยดำรงตำแหน่งในกองทัพสิงคโปร์และกระทรวงกลาโหมสิงคโปร์ รวมถึงรองผู้อำนวยการ (นโยบายด้านบุคลากร) ฝ่ายกำลังพล, หัวหน้าแผนงานร่วมและการปฏิรูป และเสนาธิการ หรือเสนาธิการทหารแห่งกองบัญชาการกองทัพบก
อ่านเนื้อหาได้ที่หน้า 30


ดร. ฌอน นารีน เป็นศาสตราจารย์ด้านรัฐศาสตร์และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศที่มหาวิทยาลัยเซนต์โทมัสในเฟรเดอริกตัน นิวบรันสวิก ประเทศแคนาดา งานวิจัยของ ดร. ฌอนให้ความสำคัญกับการพัฒนาสถาบัน การเมือง และเศรษฐกิจในภูมิภาคอินโดแปซิฟิกโดย โดยมุ่งเน้นไปที่สมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรืออาเซียน ดร. ฌอนได้ตีพิมพ์หนังสือสองเล่มและบทความอีกเป็นจำนวนมากเกี่ยวกับประเด็นเรื่องอาเซียน นอกจากนี้ดร. ฌอนยังได้ตีพิมพ์ในหัวข้อเกี่ยวกับนโยบายต่างประเทศของแคนาดาในเอเชีย ยุโรป และตะวันออกกลาง งานวิจัยปัจจุบันของ ดร. ฌอนมุ่งเน้นไปที่ประเด็นของการเปลี่ยนผ่านอำนาจในระบบสากล และผลกระทบของกระบวนทัศน์ทางทฤษฎีที่มุ่งเน้นตะวันตกที่มีต่อผู้กำหนดนโยบาย อ่านเนื้อหาได้ที่หน้า 54


ภัยคุกคามที่ไม่มีต้นแบบแน่นอน ชุดที่ 47 ฉบับที่ 4 / 2565

ดร. อาเธอร์ เอ็น. ตูลัก เป็นหนึ่งในคณะวิจัยของสถาบันวิจัยเทคโนโลยีจอร์เจีย และรับหน้าที่เป็นที่ปรึกษาด้านปฏิบัติการทางข้อมูลให้แก่กองบัญชาการสหรัฐฯ ภาคพื้นอินโดแปซิฟิก ในรัฐฮาวาย ประสบการณ์ทางทหารของ ดร. ตูลัก ในฐานะผู้นำระดับผู้บริหารในกองทัพบกสหรัฐฯ และกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ประกอบด้วยประสบการณ์ 18 ปีในฐานะทหารราบและ 14 ปีในปฏิบัติการทางข้อมูลก่อนเกษียณอายุในยศพันเอก ดร. ตูลัก สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอกด้านการศึกษาจากมหาวิทยาลัยเซาเทิร์นแคลิฟอร์เนีย ตลอดจนปริญญาโทด้านการศึกษากลาโหมและยุทธศาสตร์จากมหาวิทยาลัยแห่งรัฐมิสซูรี รวมถึงด้านศิลปศาสตร์และวิทยาศาสตร์ทางการทหารจากโรงเรียนเสนาธิการทหารบกสหรัฐฯ อ่านเนื้อหาได้ที่หน้า 8


นายเกรกอรี บี. โพลิง เป็นนักวิชาการอาวุโสของโครงการเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และผู้อำนวยการโครงการริเริ่มเพื่อความโปร่งใสทางทะเลเอเชียที่ศูนย์ศึกษายุทธศาสตร์และกิจการระหว่างประเทศ นายโพลิงเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านข้อพิพาทในทะเลจีนใต้และดำเนินการวิจัยเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของพันธมิตรสหรัฐอเมริกา ประชาธิปไตย และการปกครองในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตลอดจนความมั่นคงทางทะเลทั่วภูมิภาคอินโดแปซิฟิก


นางทาบิธา เกรซ มัลลอรี เป็นผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการบริหารของ ไชนา โอเชียน อินสทิทูต และเป็นศาสตราจารย์ร่วมที่วิทยาลัยนานาชาติศึกษา มหาวิทยาลัยวอชิงตัน เฮนรี เอ็ม. แจ็กสัน นางมัลลอรีเชี่ยวชาญด้านนโยบายต่างประเทศและสิ่งแวดล้อมของจีน และกำลังดำเนินการวิจัยเกี่ยวกับสาธารณรัฐประชาชนจีนและสมุทราภิบาลทั่วโลก รวมทั้งได้ตีพิมพ์ผลงานเกี่ยวกับนโยบายด้านการประมงและมหาสมุทรของจีน


นายแฮร์ริสัน เพรตา เป็นนักศึกษาระดับปริญญาเอกในโครงการริเริ่ม
เพื่อความโปร่งใสทางทะเลเอเชียที่ศูนย์ศึกษายุทธศาสตร์และกิจการระหว่างประเทศ งานวิจัยของนายเพรตานั้น ได้แก่ ข้อพิพาททางทะเล ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ กับจีน การมีส่วนร่วมทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศในเอเชีย และความท้าทายต่อสถาบันระหว่างประเทศในศตวรรษที่ 21 อ่านเนื้อหาได้ที่หน้า 24


นายพรหม เชลลานีย์ เป็นทั้งนักภูมิยุทธศาสตร์ นักวิชาการ นักเขียน และนักวิจารณ์ นายเชลลานีย์เป็นศาสตราจารย์กิตติคุณด้านการศึกษายุทธศาสตร์ที่ศูนย์ศึกษาวิจัยนโยบายประจำกรุงนิวเดลี นักวิจัยทุนริชาร์ด ฟอน ไวซ์เซคเคอร์ ที่วิทยาลัยโรเบิร์ต บอช ในกรุงเบอร์ลิน และสมาชิกของศูนย์ระหว่างประเทศเพื่อการศึกษาแนวคิดหัวรุนแรงที่วิทยาลัยคิงส์คอลเลจลอนดอนนายเชลลานีย์เป็นผู้เขียนหนังสือ 9 เล่ม ซึ่งรวมถึงหนังสือที่ขายดีในระดับนานาชาติอย่าง “ช้างสารเอเชีย: ความก้าวหน้าของจีน อินเดีย และญี่ปุ่น” และหนังสือที่ได้รับรางวัลอย่าง “ผืนน้ำ:สนามรบผืนใหม่ของเอเชีย” ซึ่งตีพิมพ์โดยสำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยจอร์จทาวน์ และ “ผืนน้ำ สันติภาพ และสงคราม:การเผชิญหน้ากับวิกฤตทางผืนน้ำระดับโลก” ซึ่งตีพิมพ์โดยสำนักพิมพ์โรว์แมนแอนด์ลิตเติลฟิลด์ อ่านเนื้อหาได้ที่หน้า 30


นางสเหลี ฉัตรราช เป็นผู้ช่วยศาสตราจารย์ด้านจีนศึกษาที่สถาบัน การศึกษานานาชาติ มหาวิทยาลัยจาเมีย มิลเลีย อิสลาเมีย ในกรุงนิวเดลี นางฉัตรราชจบการศึกษาระดับปริญญาตรีและปริญญาโทด้านการศึกษาภาษา วรรณกรรม
และวัฒนธรรมจีนจากมหาวิทยาลัยชวาหะร์ลาล เนห์รู และปริญญาโทด้านปรัชญา
จีนศึกษาจากวิทยาลัยนานาชาติศึกษา มหาวิทยาลัยชวาหะร์ลาล เนห์รู งานวิจัย
ของนางฉัตรราชให้ความสนใจในด้านความสัมพันธ์ระหว่างอินเดียกับจีนร่วมสมัย การเมืองและความสัมพันธ์ของรัฐและสังคมในประเทศจีน การกำกับดูแลด้านสิ่งแวดล้อมในจีน ตลอดจนวรรณกรรมจีนร่วมสมัย อ่านเนื้อหาได้ที่หน้า 36


ความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ ชุดที่ 47 ฉบับที่ 3 / 2565

ดร. อัลเฟรด โอห์เลอร์ส เข้าร่วมกับศูนย์เอเชียแปซิฟิก แดเนียล เค. อิโนะอุเอะ เพื่อการศึกษาด้านความมั่นคง ในเดือนมีนาคม พ.ศ. 2550 ดร. โอห์เลอร์สมีความเชี่ยวชาญในด้านเศรษฐศาสตร์การเมืองของการเติบโตและการพัฒนาทางเศรษฐกิจในภูมิภาคอินโดแปซิฟิก โดยได้สอนและมีผลงานเขียนอย่างกว้างขวางในประเด็นที่หลากหลาย ซึ่งมีหลายส่วนที่เชื่อมโยงกับการพัฒนาอย่างรวดเร็วของเอเชียตะวันออกและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมทั้งภูมิภาคหมู่เกาะแปซิฟิก อ่านเนื้อหาได้ที่หน้า 10


ผู้เกษียณอายุราชการจากกองทัพอินเดีย พล. ท. เอส บี อัสธานา เป็นหัวหน้าผู้ฝึกสอนของสถาบันบริการของอินเดียซึ่งเป็นสถาบันวิจัยที่เก่าแก่ที่สุดของประเทศ พล.ท.(เกษียณอายุ)อัสธานาเป็นนักวิเคราะห์ด้านยุทธศาสตร์และความมั่นคง รวมทั้งเป็นนายพลทหารราบที่ได้รับเหรียญตรา และมีประสบการณ์ 40 ปี ในการปฏิบัติงานระดับชาติและระดับนานาชาติ รวมถึงที่องค์การสหประชาชาติ นายอัสธานาได้เขียนผลงานมากกว่า 400 บทความเกี่ยวกับยุทธศาสตร์และการทหาร อ่านเนื้อหาได้ที่หน้า 14


นายโนบุคัตสึ คาเนฮาระ เป็นศาสตราจารย์ที่มหาวิทยาลัยโดชิฉะในเกียวโต ประเทศญี่ปุ่น นายคาเนฮาระเคยเป็นผู้ช่วยเลขาธิการคณะรัฐมนตรีของนายชินโซ อาเบะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นในสมัยนั้น ตั้งแต่ พ.ศ. 2555 – 2562 ใน พ.ศ. 2556 นายคาเนฮาระได้ดำรงตำแหน่งรองเลขาธิการสำนักงานเลขาธิการความมั่นคงแห่งชาติคนแรก อีกทั้งยังดำรงตำแหน่งรองผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองและการวิจัยของคณะรัฐมนตรี นอกจากนี้ นายคาเนฮาระยังได้รับหน้าที่ให้ดูแลกระทรวงการต่างประเทศในฐานะผู้อำนวยการสำนักกฎหมายระหว่างประเทศและรองผู้อำนวยการสำนักนโยบายต่างประเทศอีกด้วย อ่านเนื้อหาได้ที่หน้า 20


ผู้เกษียณอายุราชการจากกองทัพสหรัฐอเมริกา น.อ. ราอูล เปโดรโซ เป็นศาสตราจารย์ของโฮเวิร์ด เอส. เลวี ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายความขัดแย้งทางอาวุธที่ศูนย์กฎหมายระหว่างประเทศสต็อกตันของวิทยาลัยยุทธนาวีสหรัฐฯ น.อ.(เกษียณอายุ)เปโดรโซยังดำรงตำแหน่งอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการให้คำปรึกษาแก่เจ้าหน้าที่กลาโหมระดับสูงของกองทัพและพลเรือน รวมถึงเป็นผู้ช่วยพิเศษของปลัดกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ด้านนโยบาย และที่ปรึกษากฎหมายระดับสูงของผู้บัญชาการกองบัญชาการสหรัฐฯ ภาคพื้นอินโดแปซิฟิก น.อ.(เกษียณอายุ) เปโดรโซได้ขึ้นบรรยายที่สถาบันการศึกษาหลายแห่งและมีผลงานเขียนเกี่ยวกับความมั่นคงทางทะเลและปัญหาของทะเลจีนใต้มากมาย อีกทั้งยังเป็นผู้เขียนร่วมของหนังสือหลายเล่ม ซึ่งรวมไปถึงหนังสือ “กฎหมายความมั่นคงทางทะเลระหว่างประเทศ” อ่านเนื้อหาได้ที่หน้า 42


ผู้เกษียณอายุราชการจากกองทัพสหรัฐฯ พล.ร.ต. ไมเคิล เบเกอร์ มีประสบการณ์ในด้านยุทธศาสตร์ การวางแผนฉุกเฉิน ปฏิบัติการส่งกองกำลังในต่างประเทศ และการฝึกระดับพหุชาติ พล.รต.(เกษียณอายุ)เบเกอร์ได้สอนเกี่ยวกับการดูแลผู้บาดเจ็บจากการสู้รบ การคัดแยกผู้ป่วยและการดูแลอาการบาดเจ็บ รวมถึงการรับมือภัยพิบัติที่ซับซ้อนและภาวะฉุกเฉินทางมนุษยธรรม พล.รต.(เกษียณอายุ)เบเกอร์ได้ตีพิมพ์บทความที่ได้รับการตรวจสอบจากผู้เชี่ยวชาญกว่า 70 บทความ อีกทั้งยังได้บรรยายในการประชุมระดับนานาชาติมากมาย 


นายเจคอบ เบเกอร์ สำเร็จการศึกษาระดับมหาบัณฑิตด้านการศึกษาระดับวิชาชีพในสาขาโครงการข่าวกรองประยุกต์ที่สถาบันการศึกษาต่อเนื่องของมหาวิทยาลัยจอร์จทาวน์ นายเบเกอร์ได้ร่วมเขียนบทความเกี่ยวกับจุดบรรจบของข่าวกรอง สุขภาพระดับโลก การเฝ้าระวังภาวะการระบาดใหญ่ และความมั่นคงของชาติ


นายเจคอบ เบเกอร์ สำเร็จการศึกษาระดับมหาบัณฑิตด้านการศึกษาระดับวิชาชีพในสาขาโครงการข่าวกรองประยุกต์ที่สถาบันการศึกษาต่อเนื่องของมหาวิทยาลัยจอร์จทาวน์ นายเบเกอร์ได้ร่วมเขียนบทความเกี่ยวกับจุดบรรจบของข่าวกรอง สุขภาพระดับโลก การเฝ้าระวังภาวะการระบาดใหญ่ และความมั่นคงของชาติ


ดร. เซบาสเตียน เควานี ศาสตราจารย์ที่ศูนย์เอเชียแปซิฟิก แดเนียล เค. อิโนะอุเอะ เพื่อการศึกษาด้านความมั่นคง เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงทางสุขภาพ การทูตทางสุขภาพ นโยบายต่างประเทศด้านสุขภาพ ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ โรคระบาด ภาวะการระบาดใหญ่ และการสาธารณสุขระดับโลก นอกจากนี้ ดร.เควานียังทำงานภาคสนามอีกหลายงานมากกว่า 100 ภารกิจในแอฟริกา ตะวันออกกลาง และภูมิภาคหมู่เกาะแปซิฟิก อ่านเนื้อหาได้ที่หน้า 46

 

Back to top button