การชดใช้ สองเท่า

การชดใช้ สองเท่า

ความไม่ซื่อตรงในนโยบายเฟซบุ๊กของ พรรคคอมมิวนิสต์จีน

เจ้าหน้าที่ ฟอรัม

พรรคคอมมิวนิสต์จีนได้ก้าวขึ้นมาเป็นเจ้าแห่งความลักลั่นด้านสื่อสังคมออนไลน์ ที่ประเทศจีน พรรคคอมมิวนิสต์จีนได้สั่งห้ามพลเมืองใช้งานเฟซบุ๊กเพื่อปิดกั้นอิทธิพลจากต่างประเทศ ในต่างประเทศ พรรคคอมมิวนิสต์จีนกลับเป็นผู้นำด้านการใช้เฟซบุ๊กในการเผยแพร่โฆษณาชวนเชื่อไปยังประเทศที่กำลังพัฒนา การกระทำจากทั้งในประเทศและต่างประเทศ ดูเหมือนจะเป็นการช่วยให้ระบอบเผด็จการควบคุมการบอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับพรรคดังกล่าวภายนอกประเทศจีน

มีแต่คู่แข่งของเฟซบุ๊ก เช่น วีแชทหรือเว่ยป๋อเท่านั้นที่พลเมืองจีนสามารถใช้ได้อย่างถูกกฎหมาย ซึ่งพรรคคอมมิวนิสต์จีนทำการตรวจสอบอย่างเคร่งครัด แต่พรรคคอมมิวนิสต์จีนกลับเป็นเจ้าของสำนักสื่อ 4 อันดับแรกของโลกที่มีการติดตามมากที่สุดบนเฟซบุ๊ก ตามการวิเคราะห์ของนิตยสารดิอีโคโนมิสต์ เมื่อเดือนเมษายน พ.ศ.

2562 สำนักข่าวซีจีทีเอ็น ไชน่าเดลี่ พีเพิลส์เดลี่ และซินหัว ซึ่งทั้งหมดเป็นสำนักข่าวที่ดำเนินการโดยรัฐบาลจีน ถือเป็นเว็บไซต์ข่าวชั้นนำระดับโลกในเฟซบุ๊กจากการจัดอันดับด้วยจำนวนผู้ติดตาม มีสำนักข่าวที่ไม่ได้ดำเนินการโดยจีนเพียงแห่งเดียวที่ติด 5 อันดับแรกคือสำนักข่าวบีบีซี ซึ่งมีการติดตามทางเฟซบุ๊กมากที่สุดเป็นอันดับ 5 นอกจากนี้ จีนยังเป็นเจ้าของหนังสือพิมพ์โกลบอลไทม์ส ซึ่งอยู่ที่อันดับหก ตามรายงานของนิตยสารดังกล่าว

เพื่อปิดกั้นเฟซบุ๊กในประเทศจีน พรรคคอมมิวนิสต์จีนใช้ระบบการคัดกรองเว็บไซต์ที่ครอบคลุมซึ่งเรียกว่า “เกรตไฟร์วอลล์ของจีน” ระบบดังกล่าวยังปิดกั้นทวิตเตอร์ ยูทูบ เว็บไซต์สิทธิมนุษยชน และเว็บไซต์อื่น ๆ อีกมากมาย นอกจากนี้ จีนยังใช้ตำรวจไซเบอร์มากกว่า 2 ล้านนายในการตรวจสอบเนื้อหา “ที่ละเอียดอ่อน” ตามรายงานข่าวต่าง ๆ
อย่างไรก็ตาม ประชาชนประมาณ 3 ล้านคนในจีนยังคงเข้าใช้

เฟซบุ๊กผ่านเครื่องมือหลบเลี่ยง ซึ่งผู้เชี่ยวชาญคาดว่ามีน้อยกว่า 0.2% ของจำนวนประชากร วีแชทที่ควบคุมโดยรัฐบาลจีนคือแพลตฟอร์มสื่อสังคมออนไลน์ชั้นนำในประเทศจีน ซึ่งเริ่มต้นจากแอปฯ ส่งข้อความทันทีของเทนเซ็นต์และได้พัฒนาเป็นระบบนิเวศของตนเอง แอปฯ ดังกล่าวมีผู้ใช้งานรายเดือนมากกว่าหนึ่งพันล้านคนทั่วโลกจนถึงเดือนมีนาคม พ.ศ 2561 ตามรายงานของเทคโนด ซึ่งเป็นองค์กรจากจีนที่ให้บริการข่าวเกี่ยวกับเทคโนโลยีของจีน ผู้เชี่ยวชาญคาดว่า มีผู้ใช้งานมากกว่า 900 ล้านคนที่อยู่ในประเทศจีน

ในขณะเดียวกัน รัฐบาลจีนยังสามารถเข้าถึงประชากรได้เกือบ 300 ล้านคนทั่วโลกผ่านทางเฟซบุ๊ก สำนักข่าวซีจีทีเอ็นที่ดำเนินการโดยรัฐบาล ซึ่งเป็นเว็บไซต์อันดับต้น ๆ ของพรรคคอมมิวนิสต์จีนได้ดึงดูดผู้ติดตามถึง 77 ล้านคน ตามรายงานของดิอีโคโนมิสต์ นิตยสารดังกล่าวรายงานว่า ในประเทศที่กำลังพัฒนาหลายแห่งทั่วแอฟริกา ลาตินอเมริกา และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีผู้ใช้งานเฟซ

บุ๊กมากถึงร้อยละ 30 ที่ติดตามเว็บไซต์ข่าวของจีนอย่างน้อยหนึ่งเว็บไซต์ ผู้ใช้งานเฟซบุ๊กชาวแอฟริกาอย่างน้อยร้อยละ 8 ของผู้ใช้งานทั้งหมดติดตามเพจข่าวของพรรคคอมมิวนิสต์จีน

ใน พ.ศ. 2561 เพจข่าวของพรรคคอมมิวนิสต์จีนดึงดูดยอดไลก์ แชร์ หรือความคิดเห็นในเฟซบุ๊กได้ถึง 370 ล้านครั้ง ซึ่งมากกว่าเก้าเท่าของการมีส่วนร่วม 40 ล้านครั้งต่อปี ที่ผู้ก่อกวนชาวรัสเซียทำในช่

วงการเลือกตั้งของสหรัฐฯ เสียอีก รายงานของสถาบันอินเทอร์เน็ตออกซ์ฟอร์ดระบุ

ซึ่งเห็นได้ชัดว่าจำนวนที่ปรากฏทางเฟซบุ๊กของจีนเพิ่มขึ้นเกือบจะเร็วเกินไปเสียด้วยซ้ำ อัตราการเพิ่มขึ้นที่ไม่น่าจะเป็นไปได้ทำให้เฟซบุ๊กสงสัยว่ามีการเล่นผิดกติกาและเริ่มการสืบสวน ในเดือนมีนาคม พ.ศ. 2562 เฟซบุ๊กฟ้องบริษัทจีนสี่แห่งในข้อหาขายบัญชีเฟซบุ๊กและอินสตาแกรม ยอดไลค์และผู้ติดตามปลอม ตามรายงานการยื่นฟ้องต่อศาล
บริษัทดังกล่าวเสนอบริการที่หลากหลาย รวมถึงบัญชีปลอมสำหรับเฟซบุ๊ก อินสตาแกรม และแพลตฟอร์มอื่น ๆ เช่น ทวิตเตอร์ สแนปแชท ยูทูบ ลิงกต์อิน และกูเกิลวอยส์ ตามที่ระบุในคำร้อง นอกจากนี้ ยังทำการโฆษณาบริการ “ที่ออกแบบมาเพื่อเพิ่มยอดไลก์ ความคิดเห็น เพื่อน และกิจกรรมอื่น ๆ” เทคครันช์ สำนักพิมพ์ออนไลน์ด้านเทคโนโลยีของสหรัฐฯ รายงาน บริษัทดังกล่าวยังใช้เครื่องมือทางการตลาดที่เป็นเท็จอีกด้วย ตามรายงานของ เดอะเวิร์จ เว็บไซต์ข่าวเทคโนโลยี

เฟซบุ๊กและอินสตาแกรมได้ปิดการใช้งานบัญชีปลอม 2.1 พันล้านบัญชีระหว่างเดือนมกราคมถึงกันยายน พ.ศ. 2561 ตามคำร้องดังกล่าว แต่นั่นอาจเป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้น “เราหวังว่าการยื่นฟ้องจะตอกย้ำว่ากิจกรรมหลอกลวงประเภทนี้จะไม่ได้รับการยอมรับ และเราจะดำเนินการอย่างเต็มที่เพื่อปกป้องบูรณภาพของแพลตฟอร์มของเรา” เฟซบุ๊กระบุในแถลงการณ์

หนังสือพิมพ์เดอะนิวยอร์กไทมส์ รายงานว่า ในเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2562 เฟซบุ๊กและทวิตเตอร์ระบุว่า “บัญชีที่มีต้นกำเนิดมาจากจีนทำหน้าที่เป็นตัวประสานงานในการขยายข้อความและภาพที่แสดงให้เห็นว่าผู้ประท้วงของฮ่องกงมีความรุนแรงและสุดโต่ง” เช่น โพสต์เฟซบุ๊กจากบัญชีที่เชื่อมโยงกับจีนโดยเปรียบว่ากลุ่มผู้ประท้วงเป็นเหมือนนักรบของไอซิส

ทวิตเตอร์ลบบัญชี 936 บัญชีและเฟซบุ๊กลบเพจ 7 เพจ กลุ่มเฟซบุ๊ก 3 กลุ่ม และบัญชี 5 บัญชีที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการรณรงค์บิดเบือนข้อมูลของจีนที่โจมตีผู้ประท้วงในฮ่องกง
“บัญชีเหล่านี้พยายามบ่มเพาะความขัดแย้งทางการเมืองในฮ่องกงอย่างจงใจและเจาะจง รวมถึงบ่อนทำลายความชอบธรรมและจุดยืนทางการเมืองของขบวนการประท้วงที่กำลังดำเนินอยู่” ทวิต

เตอร์ระบุในแถลงการณ์ “จากการสอบสวนอย่างเข้มข้นของเรา เรามีหลักฐานที่เชื่อถือได้ซึ่งสนับสนุนว่านี่เป็นปฏิบัติการที่ได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐ”

การแสดงออกของพรรคคอมมิวนิสต์จีนที่มีอิทธิพลต่อประชากรต่างชาติบนโลกออนไลน์นั้น ไม่ได้หยุดเพียงการโฆษณาชวนเชื่อและการบิดเบือนข้อมูลในเว็บไซต์สื่อสังคมออนไลน์เท่านั้น รายงานล่าสุดจากนายวาเลนติน เวเบอร์ นักวิจัยสำหรับกองทุนเทคโนโลยีแบบเปิด พบว่า เทคโนโลยีการเซ็นเซอร์และการเฝ้าระวังของจีนมีการส่งออกไปกว่า 100 ประเทศทั่วโลก ทำให้วิสัยทัศน์ของพรรคคอมมิวนิสต์จีนสำหรับอินเทอร์เน็ตที่มีการควบคุมโดยรัฐบาลเกิดการแพร่หลายและกลายเป็นเรื่องปกติ

ยิ่งไปกว่านั้น พรรคคอมมิวนิสต์จีนยังมุ่งเป้าไปที่แพลตฟอร์มอื่น ๆ ด้วย เช่น เรดดิต ซึ่งเป็นเว็บไซต์การรวบรวมข่าวในสังคม การจัดอันดับเนื้อหาเว็บ และการสนทนาของสหรัฐฯ ก็ประสบปัญหาเดียวกันจากผู้ก่อกวนชาวจีน ตามรายงานของบัซฟีดนิวส์ ซึ่งเป็นเว็บไซต์ข่าวของสหรัฐฯ เมื่อเดือนมีนาคม พ.ศ. 2562 โดยเรดดิตมีผู้ใช้งาน 330 ล้านคนในกว่า 215 ประเทศ

ผู้ใช้งานที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลจีนกำลังเผยแพร่โฆษณาชวนเชื่อ และกำจัดข้อความต่อต้านพรรคคอมมิวนิสต์จีนในเรดดิต ผู้ดูแลและผู้ใช้งานเห็น “โพสต์ที่เพิ่มขึ้นจากบัญชีที่สร้างใหม่ ซึ่งดาวน์โหวตทุกสิ่งเกี่ยวกับการวิจารณ์ประเทศจีน สร้างกลุ่มกระทู้เพื่อผลักดันมุมมองที่ฝักใฝ่พรรคคอมมิวนิสต์หรือโจมตีใครก็ตามที่วิพากษ์วิจารณ์ประเทศจีน กระทู้เกี่ยวกับประเด็นที่ละเอียดอ่อน เช่น จัตุรัสเทียนอันเหมิน หัวเว่ย หรือฝ่าหลุนกง กลุ่มศาสนาที่รัฐบาลจีนจัดให้เป็นลัทธิ ถูกยึดครองอย่างรวดเร็วโดยบัญชีที่สนับสนุนจีน” ตามรายงานของเว็บไซต์บัซฟีดนิวส์

การเพิ่มขึ้นของบัญชีที่สนับสนุนจีนคือความพยายามที่ “แข็งข้อและก้าวร้าวมากที่สุด” มาจนถึงปัจจุบัน ผู้ดูแลเรดดิตกล่าวกับบัซฟีดว่า “ความพยายามในการสนับสนุนพรรคคอมมิวนิสต์จีนทำให้เรื่องปฏิบัติการต่างๆ ของรัสเซียกลายเป็นเรื่องเล็กลงอย่างมาก”

กิจกรรมของพรรคคอมมิวนิสต์จีนนั้นครอบคลุมมากกว่าการดาวน์โหวตกระทู้เชิงลบเกี่ยวกับประเทศจีน ผู้ดูแลกล่าว “ความคิดเห็นและบทความที่ผลักดันการเล่าเรื่องที่สนับสนุนพรรคคอมมิวนิสต์จีน หรือการยกย่องการร่วมทุนของนายสี จิ้นผิง เช่น โครงการหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง ได้รับการอัปโหวตจากผู้มีส่วนร่วมหรือหุ่นยนต์
“น่าแปลกที่เสรีภาพของสื่อมวลชนและอินเทอร์เน็ตแบบเปิด กำลังถูกนำไปใช้ประโยชน์โดยศัตรูที่จะทำลายระบอบประชาธิปไตย”

หุ้น